เมื่อ "รีวิว 5 ดาว" การันตีความปลอดภัยไม่ได้: เจาะลึกความจริงตลาดอาหารเสริมไทย ที่น่ากลัวกว่าที่คุณคิด
ในยุคนี้ คำว่า "ความโปร่งใส (Transparency)" กลายเป็นคำโฆษณาเท่ๆ ที่แบรนด์ไหนก็พูดกันจนเฝือ แต่สำหรับเรา คำคำนี้ไม่ใช่แค่เทรนด์การตลาด แต่มันคือ "ทางรอดเดียว" ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นของวงการอาหารเสริมไทย
สัญญาณเตือนภัยนี้ไม่ได้เกิดจากการคาดเดา แต่มาจากการสังเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยทางวิชาการหลายฉบับ ทั้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งแม้จะเป็นการศึกษาคนละหัวข้อ แต่ข้อมูลทั้งหมดต่างชี้ไปที่ความจริงเดียวกันว่า "กลไกความเชื่อใจของผู้บริโภคกำลังพังทลาย"
เมื่อไม่นานมานี้ เราได้นั่งคุยกับ ดร.ชวลินทร์ อินทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เขียนรายงานวิจัยเหล่านี้ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค วันนี้เราจึงอยากแชร์ 3 ประเด็นสำคัญที่สรุปมาให้คุณรู้ทันตลาด เพราะถึงเวลาแล้วที่คุณต้องรู้ความจริง
ข้อความสำคัญ: บทความนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อให้ข้อมูลความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษา ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเริ่มทานอาหารเสริมทุกครั้ง
1. วิกฤตข้อมูลลวง: เมื่อร้านค้า 85% "สอบตก" เรื่องความจริง
ถ้าคุณคิดว่าเลือกอาหารแบบเสริมง่าย ๆ แค่เชื่อคำโฆษณาบนเว็บ เราต้องขอบอกตรง ๆ ว่า... คุณอาจกำลังเดินอยู่ในสนามทุ่นระเบิด
งานวิจัยของ ดร.ชวลินทร์ และทีมได้ทำการสำรวจ "ชั้นวางสินค้าออนไลน์" หรือ e-marketplace ของไทยอย่างละเอียด ตรวจสอบไปทั้งหมด 332 หน้าเว็บ และผลที่ได้มันน่าตกใจมาก: พบว่ามีถึง 85% ที่ให้ข้อมูลบิดเบือน หรือให้ข้อมูลผิดอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง (Inthong et al., 2024)
แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ถ้าคุณเข้าไปดูสินค้าบนเว็บ 10 หน้า มีโอกาสเกือบ 9 หน้าที่ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ!
การโฆษณาที่ผิดกฎหมายที่เจอบ่อยสุดมีอะไรบ้าง?
- 82% อ้างประโยชน์ของอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย.
- 48% โฆษณาเกินจริงเรื่องผิวพรรณ ความงาม หรือลดน้ำหนัก (มักจะใช้คำว่า "ผอมวูบวาบ" "ขาวใส 7 วัน")
- 42% อ้างว่าเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำงานของร่างกาย (ซึ่งตามกฎหมายอาหารเสริมทำไม่ได้)
ความหมายคืออะไร?
ตัวเลข 85% นี้บอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก: ความถูกต้องกลับถูกมองเป็นข้อยกเว้น ในขณะที่การโฆษณาเกินจริงกลับเป็นเรื่องปกติ เมื่อข้อมูลผิด ๆ แพร่หลายขนาดนี้ คุณจะแยกว่า "อะไรดี" และ "อะไรไม่ดี" ได้ยังไง?
ในมุมมองของเรา โลกที่ข้อมูลมีทั้งจริงและไม่จริงปะปนกันอยู่เต็มไปหมด เราได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนว่า ความเชื่อใจไม่ได้เกิดจากการขอให้ใครเชื่อ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ชัดเจน ผลแล็บที่โปร่งใส หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
2. กับดัก "รีวิว 5 ดาว" ยิ่งอันตราย ยิ่งได้ดาวเยอะ?
มาถึงประเด็นที่หลายคนอาจตกใจ นั่นก็คือเรื่อง "ความน่าเชื่อถือของรีวิว" ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อมากที่สุดตอนเลือกอาหารเสริม คุณคงคิดว่า... ถ้าสินค้าไม่ดีหรือไม่ปลอดภัยจริง คนคงให้ดาวน้อยแน่ ๆ ใช่ไหม? แต่ความจริงมันตรงกันข้าม
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Thai Bulletin of Pharmaceutical Sciences (Benjawan et al., 2019) ได้ทำการเปรียบเทียบคะแนนรีวิวของอาหารเสริมที่ปลอดภัยกับสินค้าที่ตรวจพบสารอันตราย (อย่างเช่น ไซบูทรามีน หรือสเตียรอยด์) ผลที่ได้คือ สินค้าที่มีสารต้องห้ามกลับได้รับคะแนนรีวิว 5 ดาว สูงพอ ๆ กับสินค้าที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน!
แล้ว Logic ของเรื่องนี้คืออะไร?
ในมุมมองของเรา คำตอบคือ "ความพึงพอใจระยะสั้น" สารอันตรายบางชนิดให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วมาก (เช่น ผอมทันใจภายใน 3 วัน) ทำให้ผู้บริโภครีบกดให้คะแนนเต็มด้วยความประทับใจ โดยไม่ทราบเลยว่าผลข้างเคียงต่อตับ ไต หรือหัวใจกำลังก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ กว่าจะรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ รีวิว 5 ดาวนั้นก็กลายเป็น "เหยื่อล่อ" ให้กับผู้ซื้อรายต่อไปเรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลจากงานวิจัยนี้เตือนสติเราว่า: รีวิว 5 ดาวอาจวัดได้แค่ "ความถูกใจ" แต่ใช้วัด "ความปลอดภัย" ไม่ได้เลย นี่คือเหตุผลที่เราไม่ใช้รีวิวลูกค้าเป็นตัวชี้วัดความปลอดภัย แม้เราจะให้คุณค่ากับความคิดเห็นของลูกค้า แต่เรารู้ดีว่า สินค้าจะปลอดภัยได้เท่าที่ผลแล็บบอก ไม่ใช่เท่าที่ดาวบนเว็บบอก
3. "ช่องว่างการบังคับใช้กฎหมาย" ทำไมของผิดกฎหมายยังขายได้?
คุณอาจสงสัยว่า "แล้วทำไม อย. ไม่จับล่ะ?" ความจริงคือ ประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับอาหารเสริม อย่างเช่น อย.มีกฎระเบียบชัดเจนว่าอะไรพูดได้และพูดไม่ได้ แต่ปัญหาคือ การระเบิดของพาณิชย์ดิจิทัลเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการตรวจสอบ
จินตนาการดูสิ... มีหน้าสินค้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน มีโพสต์โฆษณาบนโซเชียลนับไม่ถ้วน มีผู้ขายใหม่โผล่ขึ้นมาทุกนาที เจ้าหน้าที่จะคอยจับทีละรายในเวลาจริงได้ยังไง? นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า "ช่องว่างการบังคับใช้กฎหมาย" (Enforcement Void) และมันสร้างปัญหาใหญ่ ผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎมักได้รับผลตอบแทนมากกว่าคนที่ทำถูก
ผู้ขายที่โฆษณาส่า "รักษาหายปาฏิหาริย์" หรือ "ผอมเร็วทันใจ" ดึงดูดความสนใจและขายดีกว่าผู้ขายที่ซื่อสัตย์และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ความเสี่ยงที่จะถูกจับในอดีตต่ำกว่าเงินที่ได้จากการโกหก
แต่เรื่องนี้กำลังจะเปลี่ยน! ตอนนี้มีนวัตกรรมอย่างระบบตรวจสอบด้วย AI โมเดล "ไฟจราจร" ที่แจ้งเตือนคำโฆษณาที่เกินจริงโดยอัตโนมัติกำลังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปิดช่องว่างนี้ เรามองว่า โมเดลธุรกิจที่สร้างบน "ช่องว่างกฎหมาย" คือโมเดลธุรกิจที่มีวันหมดอายุ เราไม่ได้รอให้ "ไฟจราจร" เป็นสีแดง เราขับเคลื่อนราวกับว่ากล้องเปิดอยู่แล้ว
4. ทางออก "เลิกเชื่อคำเคลม แล้วขอดูหลักฐาน"
เมื่อข้อมูลชี้ชัดว่า ตลาดเต็มไปด้วยข้อมูลลวง รีวิวที่เชื่อถือยาก และช่องโหว่ทางกฎหมายที่ยังปิดไม่สนิท ยุคของคำว่า "เชื่อพี่ พี่กินเอง" กำลังจะจบลง
อนาคตของตลาดอาหารเสริมปลอดภัยคือการเปลี่ยนจาก "ผู้ซื้อต้องระวัง" ไปเป็น "ผู้ขายต้องพิสูจน์" (Seller Verified) ซึ่งความน่าเชื่อถือและการมองเห็นบนแพลตฟอร์มจะถูกผูกกับประวัติการปฏิบัติตามกฎและข้อมูลความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ยอดขาหรือรีวิว เราจึงสร้างมาตรฐานใหม่ 3 ข้อที่ผู้บริโภคควรได้รับจากผู้ขาย
-
Traceability (ตรวจสอบได้): ไม่ใช่แค่บอก "มีวิตามินซี" แต่ต้องบอกได้ว่าวิตามินซีมาจากไหน เกรดอะไร มาตรฐานอะไร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือคุณ
-
Accountability (รับผิดชอบ): กล้ายอมรับความจริงทางวิทยาศาสตร์ว่า ผลลัพธ์อาจไม่เกิดกับทุกคน ไม่ขายฝัน ไม่โฆษณาปาฏิหาริย์ เพราะอาหารเสริมคืออาหาร ไม่ใช่ยา
- Verification (มีใบรับรอง): ใช้ผลตรวจจากแล็บที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือมาพูดคุยกัน แทนการใช้เพียงรีวิวจากลูกค้าหรือภาพก่อนหลังที่อาจตัดต่อมา

สรุป: รู้ทันตลาด รู้จักป้องกันตัว
งานวิจัยจากจุฬาฯ และศิลปากรไม่ได้บอกเล่าเรื่องที่น่าสบายใจ แต่กลับวาดภาพตลาดอาหารเสริมไทยที่มีชีวิตชีวาและเติบโต ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายจากข้อมูลเท็จและขาดสัญญาณที่น่าเชื่อถือ
เราแชร์ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อทำให้คุณกลัว แต่เพื่อให้คุณรู้ทันและมีเกราะป้องกันตัว เมื่อข้อมูลแสดงให้เห็นว่าตลาดส่วนใหญ่พูดเกินจริง สิ่งที่มีความรับผิดชอบที่สุดที่แบรนด์จะทำได้คือ แสดงหลักฐานที่ชัดเจนและพูดให้น้อยลง
สำหรับคุณ การเลือกอาหารเสริมในปัจจุบันยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ใช่เพราะคุณเป็นคนเรื่องมากหรือขี้สงสัย แต่เพราะการโฆษณาและการรีวิว ไม่ได้น่าเชื่อถืออีกต่อไป จำไว้ว่าในวันที่ "ดาว" และ "รีวิว" ไม่ใช่เครื่องการันตีความปลอดภัยอีกต่อไป หลักฐานทางวิทยาศาสตร์คือสิ่งเดียวที่คุณควรเชื่อและใช้ประกอบการตัดสินใจ
เอกสารอ้างอิง
Benjawan, S., Sratthaphut, L., Poompruek, P., & Kapol, N. (2019). Will the ratings and reviews of online dietary supplement screen for unsafe products in the e-marketplace. Thai Bulletin of Pharmaceutical Sciences, 16(2).
Inthong, C., Lerkiatbundit, S., Mekruksavanich, S., & Hanvoravongchai, P. (2024). Assessing dietary supplement misinformation on popular Thai e-marketplaces: A cross-sectional content analysis. Thai Journal of Pharmaceutical Sciences, 48(4).